ReadyPlanet.com
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot




Hydroponic Kmowledge


Hydroponic System

ไฮโดรโปนิกส์ สำหรับเพื่อนๆ ที่ชอบไปเดินช๊อปปิ่งตามซุปเปอร์มาร์เก็ตบ่อยๆ คงเคยเห็นผักรูปร่างหน้าตาสวยงาม ที่ถูกห่อเรียงไว้บนชั้นวางอย่างดี สีสันน่ารับประทานทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นผักสลัดต่างๆ เช่น กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค บัตเตอร์เฮด พรีกหวาน ฯลฯ เยอะแยะมากมาย แต่พอหยิบมาดูราคาแล้ว ต้องรีบวางไว้ทีเดิม ถึงแม้นรสชาติจะอร่อยถูกปาก และยังปลอดสารพิษอีกด้วย  คนอย่างเราจึงต้องหันไปซื้อผักธรรมดาๆ แทน เหตุก็เป็นเพราะว่าผักเหล่านั้นราคาแพงมากทีเดียว

จากบทความด้านบน เพื่อนๆ คงเห็นแล้วว่าเครื่องปลูกผัก และอุปกรณ์ในการปลูก รวมทั้งเมล็ดพันธ์ ก็ล้วนแล้วแต่มีขั้นตอนที่ยุ่งยากซับซอน และต้องลงทุนสูง รวมทั้งต้องใช้ทั้งน้ำและไฟฟ้า และต้องดูแลแสงแดด และอุณหภูมิของระบบเป็นอย่างดี ดังนี้แล้วคนธรรมดาๆ จึงไม่นิยมปลูกกัน ส่วนคนที่ปลูกขายอยู่ในท้องตลาดปัจจุบันก็ไม่ธรรมดา ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่มีความชำนาณเฉพาะด้าน และรักงานทางด้านนี้จริงๆ แต่ปัญหาก็ไม่ใช้อยู่ที่มีความชำนาญหรือไม่ ปัญหาที่สำคัญสำหรับนักปลูกผักมือใหม่ที่ต้องการเข้ามาในวงการนี้ก็คือ การหาตลาดนั้นเอง เพราะคนเหล่านั้นคิดว่าอาชีพนี้เป็นอาชีพที่น่าสนใจมากทีเดียว

ปัจจุบันการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ได้พัฒนามากขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก และมีผู้หันมาปลูกในเชิงพาณิชย์กันมากขึ้น เพราะมีการอบรมกันอย่างแพร่หลาย ดังนั้นการแข่งขันก็มากขึ้นเช่นกัน เหตุผลเหล่านี้จึงทำให้ผักที่มีราคาสูงในซุปเปอร์มาเก็ต จึงมีราคาไม่แน่นอนสำหรับผู้ปลูกรายย่อย เพราะต้องมีการแข่งขันกันอย่างมาก ถ้าไม่ใช่เหตุผลนี้อีกเหตุผลหนึ่งก็เนื่องมาจากพ่อค้าคนกลาง การกดราคาก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คนปลูกผักก็อยากขาย พอถึงเวลาต้องเก็บเกี่ยวแล้ว และยังขายไม่ได้ผลผลิตก็จะเสียหายได้ อันนี้ก็เป็นสิ่งสำคัญที่เราไม่ควรมองข้าม

ดังนั้นทางเลือกอีกทางที่เหมาะสำหรับคนอย่างเราๆ ที่อยากทานผักอร่อยๆ แต่ปัจจัยไม่อำนวย ดังนั้นเราก็ควรจะหันมาลองปลูกผักแปลงเล็กๆ ทานเองในครอบครัว ไม่ใช่ว่าจะเชียร์ให้มาซื้อชุดปลูกผักของพี่มดนะค่ะ เพราะพี่มดก็ชอบทานผักสลัดมากนี่เอง เลยเป็นเหตุผลที่หันมาสนใจงานทางด้านนี้ ถึงจะปลูกได้ไม่งามเหมือนฟาร์มผักเค้าปลูกกัน แต่ถึงจะปลูกได้กอเล็กๆ แต่ก็อร่อยเหมือนกันน๊า 

How to...

พอคุยเรืองไฮโดรทีไรหยุดไม่ได้สักที ก็เพราะมีเรื่องราวมากมายที่ควรรู้ ถ้าไม่สนใจกันจริงๆ ก็คงไม่ติดตามอ่านกันมาจนถึงคอลัมภ์นี้ใช่ไหม เอาล่ะพี่มดจะเล่าให้ฟังคร่าวๆ ถึงขึ้นตอนในการปลูกผักในระบบไฮโดรโปนิกส์กัน อ่านแล้วอาจเปลี่ยนใจ หันมาอยากทดลองปลูกดูบ้าง พี่มดก็ไม่ว่าค่ะ

อายุผักสลัดจะมีอายุ 40-45 วัน ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเก็บเกียววันไหน ถ้าเก็บเกี่ยวในช่วงอายุผัก 35 วัน ก็จะได้ลูกผักที่กรอบอร่อย น่ารับประทานทีเดียว บางคนอาจแอบเพาะเมล็ด 2 เมล็ด ลงในถ้วยปลูกเดียวเลยก็ได้ เพราะต้องการทานผักเด็ก แต่ถ้าต้นเดียวไม่อิ่ม ก็เลยต้องขอสักสองต้นกำลังดี

โอ้โห้อายุผักมากเป็นหนึ่งเดือนเลยหรอ? บางคนอาจคิดว่าเราต้องใช้ปั๊มน้ำกันนานเป็นเดือนๆ ไฟคงจะเปลืองน่าดู แต่จริงๆ แล้ว เราจะใช้เพาะเมล็ดในถาดที่หล่อน้ำโดยไม่ต้องใช้ปั๊มน้ำก่อนประมาณ 14 วัน หลังจากต้นกล้างอกและมีใบครบ 4 ใบแล้ว เราค่อยนำลูกผักเหล่านั้นลงรางปลูกได้ และระยะเวลาที่อยู่ในรางปลูกก็เหลือเพียงแค่ยี่สิบกว่าวันเท่านั้น ตามหลักการณ์แล้วในระหว่างที่เราปลูกผักในเครื่องปลูก จะต้องมีการวัดค่าความเป็นกรดด่าง และวัดค่าความเข้มข้นของสารละลายเป็นประจำ และจะต้องพยายามทำให้ค่าทั้งสองอย่างอยู่ในระดับที่เป็นกลาง และเหมาะกับความต้องการของผักแต่ละชนิด

แต่ว่าผักของเราเป็นผักที่ปลูกรับประทานเองเป็นหลัก ปริมาณของผักในแปลงปลูกก็ไม่มาก ดังนั้นสารละลายธาตุอาหารจะมีการเปลี่ยนแปลงไม่มาก จะน้อยกว่าระบบที่ปลูกจำนวนเยอะๆ เพราะถ้าปลูกเยอะ ผักก็ต้องการสารอาหารเยอะตามไปด้วย ดังนั้นสารละลายและน้ำก็จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ดังนี้แล้วสิ่งสำคัญที่เราต้องทำในระบบปลูกเล็กๆ ก็คือจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำทุก 10 วัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะเมื่อผักมีอายุมากขึ้นผักก็มีความต้องการน้ำและสารอาหารเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นตลอดระยะเวลาปลูก เราต้องรักษาระดับน้ำให้คงที่ และสารละลายธาตุอาหารก็ต้องพยายามให้คงที เพราะเราไม่ได้ใช้เครื่องมือในการเช็คเหมือนฟาร์มใหญ่ๆ ทั่วไป

เมื่อเราพอจะเข้าใจถึงระบบกันแล้ว เราก็ยังต้องเข้าใจถึงแสงและอุณหภูมืที่เหมาะสมตามที่พืชต้องการอีกด้วย คือเราต้องเช็คกันทุกวันเลย เช่นถ้าวันไหนอากาศร้อนมากๆ ก็ต้องช่วยพรางแสงให้เค้าหน่อย ถ้าวันไหนฝนตกก็ต้องกางมุ้งเพื่อกันเม็ดฝนและกันลม เพราะฝนและลมก็เป็นปัญหาและอุปสรรคกับผักมาก เนื่องจากเราไม่ได้ปลูกในดิน การยึดเกาะก็จะไม่มั่นคงเท่าไหร่ ส่วนเรื่องแมลงถ้ามีเยอะ ก็ใช้มุ้งกันแมลงมาช่วย บางทีเราปลูกแปลงเล็กๆ อาจจะพอไล่แมลงได้ทัน อันนี้ก็แล้วแต่ความสะดวกของแต่ละคน ที่สำคัญ ก่อนเก็บเกี่ยว เราต้องเปลี่ยนจากสารละลายเป็นน้ำเปล่า ประมาณ 2-3 วัน เพราะผักจะได้ใช้สารอาหารที่มีอยู่หมดไป หลังจากก็สามารถเก็บเกี่ยวไปรับประทานได้อย่างปลอดภัย

ข้อมูลที่พี่มดเล่าให้ฟังก็เยอะพอสมควร แต่ก็ยังมีข้อปลีกย่อยอีกมาก ลองทำความเข้าใจเพียงเท่านี้ก่อน ถ้าพอไหวก็ลองศึกษาอย่างจริงจัง แนะนำให้ทดลองปลูกในกล่องโฟมเล็กๆ ก่อน ถ้าปลุกได้พอไหวค่อยมาว่ากันไหม่ ส่วนถ้าใครอยากลองทดลองปลูกในกล่องโฟมเล็กๆ แบบไม่ต้องใช้ไฟฟ้า ก็ลองแวะมาคุยกับพี่มดที่ร้านนะค่ะ พี่มดจะมีคำแนะนำให้ค่ะ

สิ่งที่ควรทำสำหรับ "คนปลูกผักไฮโดรโปนิกส์มือใหม่"

- คุณต้องมีใจรักและทำด้วยความตั้งใจ
- ควรมีความรู้เรื่องระบบว่ามีการทำงานอย่างไร ระบบใดเหมาะกับการปลูกผักอะไร 
  และข้อดีข้อเสียของแต่ละระบบ
- มีความรู้เรื่องปฎิกิริยาทางเคมีของธาตุอาหารระหว่างระบบทำงาน
- มีความรุ้เรื่องโรคและแมลง
- มีที่ปรึกษาที่ดี
- เป็นนักสังเกตที่ดี
- เรียนรู้และพัฒนาทุกอย่างที่ทำอยู่รวมถึงพัฒนาตัวเองด้วย
- ใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อม
- เรียนรู้ชีววิทยาของพืช

1
[Go to top]



Copyright © 2010 All Rights Reserved.